First Man (2018)

Fist Man | มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ (2018)

First Man (2018)

Fist Man | มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ (2018)

      Fist Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ เป็นหนังผลงานของ เดเมี่ยน ชาเซลล์ ที่เขานั้นได้รับรางวัลออสการ์ 6 มาครอง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็นำมาจากหนังสือของเจมส์ อาร์ แฮมเซน และได้รับรู้ถึงการเสียสระในครั้งนี้อีกด้วย วันนี้เราเลยนำหนังเรื่องนี้มาแนะนำให้ทุกๆท่านได้ ดูหนังออนไลน์ ที่มีสาระและความรู้โดยถ่ายทอดออกมาเป็นหนังได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    Fist Man  ภาพยนตร์หนังเรื่องนี้นั้นเหล่าของนาซ่าในการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ โดยเล่าเรื่องราวในช่วงระหว่างปี 1961-1969 และความเสียสละของสตรอง และภารกิจของชาติอีกด้วย บอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้นั้นค่อนข้างสนุกเลย โดยในหนังมีความค่อนข้างละเอียดอ่อนและมีเนื้อหาที่น่าสนใจเป็นอย่างมากจัดได้ว่าเป็นหนัง ที่น่าสนใจและคนที่ชอบแนวหนังอวกาศต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน จัดได้ว่าเป็นหนัง ชีวประวัติ Biography ที่สนุกและน่าติดตามเป็นอย่างมาก

First Man

      ซึ่งเว็บดูหนัง, หนังออนไลน์, ดูหนังออนไลน์, หนังเต็มเรื่อง, ดูหนังออนไลน์ฟรี ซึ่งเพื่อนร่วมงานของเค้านั้นก็ได้กังวลและได้บันทึกอุบัติเหตุล่าสุดของเค้าที่เกิดจากการเสียสมาธินี้ด้วย คาเรน ลูกสาววัย 2 ขวบของเธอนั้นกำลังเข้ารักการรักษาเนื้องอกในสมอง อาร์มสตรองจึงเก็บบังทึกอาการของเธออย่างละเอียดและเธอนั้น ก็ยังหาวิธีค้นคว้ารักษาแบบมีความหวัง ที่ต้องช่วยลูกสาวของเธอให้ได้ แต่โชคชะตาก็ไม่เข้าข้างลูกสาวของเธอนั้นก็ได้เสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยความโศกเศร้า เขาจึงได้ถูกกักบริเวณ จากนั้นอาร์มสตรองก็ได้สมัครโครงการ เจมิไน และได้ยอมรับให้เข้าร่วม NASA Astronaut Group 2 กับเจเน็ตภรรยาของเขาแชะริค ที่เป็นลูกชายของเขา อาร์สตรองย้ายไปฮิวสตันร่วมกับครอบครัวนักบินอื่นๆ เขาผูกมิตรกับเอลเลียนซี นักบินทดสอบพลเรือนอีกคน และเอ็ดไวท์ จากนั้นอาร์มสตรองก็ได้เริ่มฝึก เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักบิน อวกาศคนใหม่ถึงความสำคัญของโครงการราศีเมถุน เนื่องจากสหภาพโซเวียตได้บรรลุทุกเป้าหมาย นำหน้าสหรัฐอเมริกา อาร์มสตรองและเจเน็ตมีลูกชายคนที่สองมาร์ค ต่อมาในปี พ.ศ.2508 หลังจากที่โซเวียตเสร็จกิจกรรม เป็นครั้งแรกอาร์มสตรองนั้นก็ได้รับแจ้งว่าเขานั้นจะต้องเป็นผู้บังคับบัญชาราศีเมถุน 8 โดยมีเดวิด สก็อตต์เป็นนักบิน แต่หลังจากนั้นไม่นานความผิดปกตินั้นก็ทำให้ยานอวกาศหมุนทำให้อันตรายมากขึ้น หลังจากมืดมนเขาก็ได้สั่งยกเลิกภารกิจนี้ได้ทั้งจนปลอดภัย 

      จากนั้นต่อมา ไวท์ เขาก็ได้เปิดเผยว่าเขาได้รับเลือกให้เข้าร่วม ภารกิจ Apollo 1 พร้อมด้วย พวกของเขาและทดสอบซ้อมยิงเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2510 ก็ได้เกิดเพลิงไหม้คร่าชีวิตไวท์ และลูกเรือพอลโล อาร์มสตรองเรียนรู้ข่าวขณะเป็นตัวแทนของ NASA ที่ทำเนียบขาว ปีหน้าหลังจากที่อาร์มสตรองดีดตัวออกจากยานวิจัยการลงจอดบนดวงจันทร์ครั้งแรกซึ่งตัวเขานั้นก็ได้ทำใจไว้ว่าตัวเขานั้นอาจจะไม่รอดจากการบินนี้ และอธิบายความเสี่ยงนี้ให้แก่ลูกชายของพวกเขาฟัง ซึ่ฃหลังจากบอกพวกเขาเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เขาเผชิญ อาร์มสตรองบอกลาครอบครัวของเขา และหลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์ และลงจอดภูมิประเทศของไซต์ลบจอดนั้นรุนแรงกว่าที่คาดไว้มาก ทำให้อาร์มสตรองต้องควบคุมยานอวกาศด้วยตนเอง และได้ลงจอดจนสำเร็จแต่เชื้อเพลิงของเขานั้นน้อยกว่า 30 นาทีหลังจากเหยีบดวงจันทร์ อาร์มสตรองก็กล่าวที่คำพูดว่า “นั่นเป็นก้าวเล็กๆ อย่าหนึ่งสำหรับ มนุษย์ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของมนุษย์ชาติ” และเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น นักบินอวกาศจะกลับบ้านและถูกกักบริเวณเพื่อชมวิดีโอของจอห์น ทางโทรศัพท์และอาร์มสตรองกับเจเน็ต                

         ส่วนตัวนั้นได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วรู้สึกได้รู้เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นมีเนื่องหาค่อนข้างที่จะหน้าสนใจ และทำให้เราเห็นถึงการพัฒนาการของมนุษย์ที่มีการค้นพบและการพยายามศึกษาในสิ่งนั้น ถึงแม้ว่าในเนื่องเรื่องนั้นอาจจะมีความน่าเบื่อบ้างเนื่องจากมีเนื่องหาที่ค่อนข้างมีหลักการ ซึ่งแนวหนังนี้นั้นสำหรับคนที่ไม่ชอบแนวหลักการอาจจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก แต่โดยรวมแล้ว      หนังสนุก พอสมควรหรือใครสนใจในเรื่องนี้ก็สามารถเป็นแนวทางในการศึกษาได้

 

Accomplice (2020)

Accomplice | จักรยานคู่ใจ (2020)

Accomplice (2020)

รีวิวหนัง : Accomplice | จักรยานคู่ใจ (2020)

           หากมีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ที่ดีที่ Teton Gravity Research รู้วิธีการ สิ่งนั้นก็คือการแสดงความสามารถนั้นแสดงอย่างเต็มที่ในผู้สมรู้ร่วมคิด เมื่อเปิด ดูหนังใหม่ออนไลน์ อยู่บนสตรีมมิ่งโจมตีความยาวที่สองของทีจีอาร์ สู่โลกแห่งการปั่นจักรยานเสือภูเขา ต่อจากอันเรียลที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก สำหรับเนื้อหาเต็มเรื่องที่สองของนักแสดง

        Accomplice   หนังแนวกีฬาเอ็กซ์สตรีมถ่ายทอดออกมาเป็น สารคดี Documentary ตำนานได้คัดเลือกนักแสดงอิสระที่เก่งที่สุดของโลก ท่องโลกไปกับนักขี่ชั้นนำของโลกขณะที่พวกเขาถีบผ่านภูมิประเทศที่ขรุขระและสถานที่อันตระการตาเพื่อแสดงความเคารพต่อจักรยาน นักแสดงนำ เคิร์ต ซอร์จ ,ทอม แวน สตีนเบอร์แกน ,คาเมรอน ซิงค์

Accomplice

           Accomplice จักรยานคู่ใจ หนังเรื่องนี้เป็นพันธมิตรของนักกีฬา โฮสต์การหยุดทัวร์ มันเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจอยู่ในความคิดของเรา อาจจะเป็นของขวัญสำหรับใครสักคนก็ได้หรือบางทีอาจบันทึกเพย์เช็คหลังจากที่เพย์เช็คเพื่อซื้อในที่สุด ไม่ว่าจะพบกับจักรยานคันแรกของคุณอย่างไร การเหยียบคันเร่งที่ตามมาหลังจากนั้นทำให้เราติดอยู่กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ การผจญภัย การเชื่อมต่อ เสรีภาพจากผู้สร้างอันเรียลและผู้กำกับ Where The Trail Ends come Accomplice การแสดงความเคารพต่อการผจญภัยที่บ้าคลั่งและสหายที่บ้าคลั่งซึ่งเป็นผลมาจากเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของเรา Accomplice จะพาไปนึกถึงสถานที่ต่างๆทั่วโลกพร้อมกับนักบิดชั้นนำของโลก แต่ยิ่งไปกว่านั้น หนังเรื่องล่าสุดของ Teton Gravity Research ยังเฉลิมฉลองว่าจักรยานเป็นมากกว่ารูปแบบการคมนาคมขนส่งแต่เป็นพาหนะ สำหรับจิตวิญญาณของมนุษย์ ทัวร์ Accomplice หนังสารคดีที่อาจจะไม่ได้ถูกใจทุกคนเสมอไป โดยนำภาพยนตร์จักรยานเสือภูเขาล่าสุดของ TGR มาสู่หน้าจอที่ใหญ่ที่สุดของเรา ในขณะที่ทัวร์ Drive – In Road Trip มุ่งสู่โรงภาพยนตร์แบบไดรฟ์อินทั่วโลก ระดมทีมงานขนสัมภาระขึ้นรถและตื่นเต้นกับการรับชม Accomplice บนหน้าจอมือถือ

           ในขณะที่เราผสมสารกลิ่นอายแบบโรงเรียนเก่าของภาพยนตร์แบบไดรฟ์อินจะให้เข้ากับคุณภาพการผลิตที่ได้รับรางวัลของทีจีอาร์เพิ่มแตร์รถของคุณลงในมิกซ์ เมื่อคุณรู้สึกกระปี้กระเป๋าสำหรับการขี่จักรยานในขณะที่ดูนักปั่นที่เก่งที่สุดในโลก มีประสบการณ์การรับชมแบบใหม่ที่เราแทบรอไม่ไหวจะแบ่งปันกับทุกคนเราต่อหนักดีว่าไม่ใช่ทุกที่ที่มีไดรฟ์อินเธียเตอร์วางใจได้เลยเรากำลังวางแผนที่จะเพิ่มสถานที่เพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเนื่องจากโรงภาพยนตร์แบบไดรฟ์อินเปิดมากขึ้นโรงภาพยนตร์แบบดังเดิมได้รับการอนุมัติให้เปิดอีกครั้งและเราสร้างประสบการณ์แบบป๊อบอัพแบบไดรฟ์อินของเราเองเพื่อแบ่งปันภาพยนตร์เรื่องนี้บนจอหนังให้ได้มากที่สุด ในสถานที่ต่างๆที่เราไม่สามารถจัดทัวร์ได้เราจะเพิ่มกิจกรรมเสมือนจริงซึ่งคุณจะสามารถชมภาพยนตร์กับเซียร์รา เนวาดาในมือ ในขณะที่ยังคงสัมผัสองค์ประกอบสำคัญบางส่วนจะทัวร์ของเรารวมถึงการแจกรางวัลจากพันธมิตรของเรา ความสามารถในการรับชมกับเพื่อนของคุณและแม้แต่คำถามกับคำตอบของนักกีฬาและผู้ผลิตหากคุณไม่เห็นตำแหน่งของคุณในรายการทัวร์ปัจจุบัน

           Accomplice จักรยานคู่ใจ (2020) นักปั่นจักรยานเสือภูเขาและคนดูก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ ย้อนเวลากลับไปเมื่อได้ BMX เป็นครั้งแรกและทั้งหมดอยากทำคือไปมอนโดแอร์ กลุ่ม Graham Aggaiz เป็นหนึ่งในผลงานหนังที่ไม่ได้ทำออกมาดีสักเท่าไหร่ที่เคยเห็นมาในกีฬาผาดโผน ฉากภาพประกอบสวยและน่าติดตามไม่น้อย ส่วนตัวแล้วเรานั้นไม่ได้ทางสำหรับกีฬานักปั่นอยู่แล้วแต่ หนังใหม่2020 มันต้องสร้างแรงบันดาลใจให้คนดูหนังสารคดีแน่ๆ

 

BNK48 One Take (2020)

BNK48 One Take (2020)

BNK48 One Take (2020)

รีวิวหนัง : BNK48 One Take (2020)

           บันทึกเหตุการณ์งานเลือกตั้งเซ็มบัตสึประจำซิงเกิลที่ 6 หนังออนไลน์ ที่พอพูดถึง BNK48 แล้ว ภาพแรกที่แวบเข้ามาในหัวของเราคือความน่ารักถูกใจใครหลายคนแบบที่ได้เจอแล้ว โลกทั้งโลกก็สว่างขึ้นทันตา หลายคนก็คงจะพอเดาได้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเธอนั้น ต้องแลกมากับน้ำตาความผิดหวัง ความเสียใจมานักต่อนัก 

         BNK48 One Take  เป็นหนังไทยแนว สารคดี Documentary โดยเป็นเรื่องาวของกลุ่มไอดอล BNK48 One Take บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของการทำงานของวัยรุ่นสาวกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง General Election ครั้งแรกกว่าจะมาเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเช่นนี้ การเปิดตัวหนังเรื่องนี้ได้คุยกันสมาชิกในวง เรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตพวกเธอตั้งแต่เริ่มต้นเดินบนทางสายนี้

BNK48 One Take

           ในช่วงเวลาหนึ่งหลายๆคนคงจะได้ยินชื่อเสียงของพวกเธอทั้งหลายมา “BNK48” ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังที่ร้องเพลง “คุกกี้เสี่ยงท้าย” ถูกใจทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะช่วงวัยเด็กกำลังโตไปจนถึงวัยรุ่นเลยทีเดียว ถ้าถามว่ามีความเหมือนหรือคล้ายกับสารคดีเรื่องแรกอย่าง BNK48 (2561) ต้องบอกเรื่องนี้มีทีท่าที่ต่างออกไปจากเรื่องนั้นพอสมควรเลยแหละ มันเป็นเหตุการณ์ที่ต่อจากนั้นมาอีก การบันทึกช่วงเวลาสำคัญที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเลยก็ว่าได้ มันมีสองเหตุการณ์ คือ การเปิดรับสมาชิกรุ่นที่สองที่สร้างความกดดันให้กับสมาชิกรุนแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกเหตุการณ์คือ การเลือกตั้ง Senbatsu ครั้งแรก หรือที่เรียกว่า BNK48 6th single Senbatsu General Election ถือว่าเป็นแรงกดดัน ที่เมมเบอร์ทุกคนจะมองเห็น “ลำดับที่แท้จริง” ของสมาชิกแต่ละคนได้แบบตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลใน ONE TAKE นั้นได้ผนวกไปกับการสัมภาษณ์ของเหล่าเมมเบอร์ฟุตเตจในเหตุการณ์ต่างๆ ในมุมที่แฟนขับไม่เคยเห็นรวมไปถึงการออกสำรวจจักรวาลของ BNK48 เองด้วย ทั้งผู้บริหาร 48 Group จากญี่ปุ่น จ๊อบซัง-ณัฐพล บวรวัฒนะ(อดีตชิไฮนินและผู้บริหาร IAM) ในฐานะตัวแทนของ Official 

           ตัวแทนของแฟนคลับเมมเบอร์ หรือคนดังที่ประกาศตัวเป็นแฟนคลับ เช่น ส้ม มารี (ที่ประกาศตัวว่าเป็นแฟนคลับปูเป้ BNK48) แถมยังแวบพาออกไปนอกจักรวาลด้วยการสัมภาษณ์ไอดอลอยู่ก่อนหน้าอย่าง “โบ-จอยซ์” แห่งวง Triumph Kingdom ทั้งหมดเราภายใต้การครอบทีมใหญ่คือฟุตเตจการเรียนและ Workshop คลาสการแสดง (และแทรกโดยฝีมือการแสดงของน้องๆ ประกอบการเล่าเรื่อง) ที่ก็จะไปเชื่อมโยงกับคำว่า ONE TAKE ที่หมายถึงการแสดงได้เทคเดียว หรือแสดงเทคเดียวผ่านได้อยู่เหมือนกัน และคำว่า ONE TAKE ก็ยังมีความหมายในอีกนิยามก็คือ ช่วงชีวิตของไอดอลในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่สามารถทำได้แค่ครั้งเดียว และกลับมาแก้ไขไม่ได้ ตัวอย่างในนิยามนี้ที่ผมว่าชัดที่สุดในเรื่องก็คือ ช่วงที่พูดถึงซิงเกิ้ลที่ 2 ของวง (Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย)

           นอกจากจุดเด่นของการเล่าเรื่อง BNK48 แบบครอบจักรวาลแล้ว จุดเด่นที่ทำให้คน ดูหนังใหม่ แนวสารคดีเรื่องนี้ทำได้ดีมากอย่างแรกก็คงจะเป็นโปรดักชั่นโดยรวม ซึ่งดูจากการถ่ายและเลือกมุมกล้องก็ทำให้เราได้เลยว่าสิ่งนี้มันคือการแอบถ่ายอย่างแน่นอน แต่เท่าที่ดูจากในหนังมาก็ต้องบอกว่าเป็นการแอบถ่ายที่ประณีตอยู่ มันมีหลายช่วงที่สวยเกินกว่าจะเป็นการถ่ายทำแบบแอบซะอีก พร้อมกับการตัดต่อ สีในรูปแบต่างๆก็ทำออกมาได้อย่างน่าติดตามไม่เบาเลย

 

Final-Score (2007)

Final Score | 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2007)

Final-Score (2007)

รีวิวหนัง : Final Score | 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2007)

               ใครๆก็ต้องเคยผ่านช่วงเวลาที่ต้องจมปักอยู่กับการศึกษาของไทย หนังที่ตามติดชีวิตเด็กที่ต้องสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย เด็กยุค 90 น่าจะรู้ดี สำหรับการ ดูหนังออนไลน์ หนังกึ่งสารคดีที่น่าสนใจอีกเรื่อง เนื้อหาว่าด้วยการตามติดชีวิตเด็กกลุ่มหนึ่งที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อสานต่ออนาคตของตัวเอง หนังไทยอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เรานึกถึงสมัยเด็ก

          Final Score หนังที่ว่าด้วยเรื่องราวซึ่งถ่ายทอดออกมาให้เป็น สารคดี Documentary ตามติดชีวิตเด็กหนุ่มชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พวกเขาที่ต้องใช้เวลาปีสุดท้ายติวเข้มเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมีเพียงหนึ่งในไม่กี่คนเท่านั้นที่จะผ่าน ช่วงเวลาที่ทุกคนเคยผ่านสนามสอบนี้น่าจะจำกันได้ สมกับคำโปรยบนในปิดว่าเป็นช่วงที่เราขยันที่สุดในชีวิต

Final-Score

           อย่างที่พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าหนังเรื่องนี้มันเป็นหนังไทยเรื่องเก่าที่อยากให้ทุกคนกลับมาดูมันอีกครั้ง ครั้นพอดูแล้วก็รู้สึกได้อยู่ สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือนี่เป็นหนังสารคดีนั่นเอง โทนภาพย่อมจะแตกต่างจากหนังปกติที่มีการมัดปม เล่นกับอารมณ์หรือวางเหตุการณ์เพื่อสร้างความอินให้กับคนดูหนัง ซึ่งในเรื่องนี้อาจมีกาเซ็ทฉากบ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าดิบสไตล์สารคดีเพียงแค่ความน่าติดตามอาจยังไม่มาก การร้อยเรียงเรื่องราวก็ยังไม่ถึงกับลงตัวเต็มที เพราะอันที่จริงแม้จะเป็นหนังสารคดีแต่การเล่าเรื่องให้คนดูจมลงไปกับเรื่องราวก็ยังสามารถทำได้ดีเลยหรือหนังเรื่องนี้ที่มีแต่ดนตรีอย่างเคยทำสำเร็จมาก่อน แต่กระนั้นก็รู้สึกชอบหนังอยู่ดี หลายตอนดูแล้วมันชวนให้นึกย้อนไปในช่วงเวลาเก่าๆในตอนที่เป็นเด็ก เล่นสนุกกับเพื่อนๆ ฟิลตอนนั้นมันทำให้ชีวิตในวัยเรียนนั้นค่อนข้างมีความหมายมากเลยทีเดียวและที่ขาดไม่ได้เลยคงจะเป็นเรื่องความรักป็อบปี้เลิฟ

           ฉากที่สร้างความประทับใจก็คงต้องยกในช็อตสุดท้ายเมื่อเพลง วัน เดือน ปี ถูกเปิดขึ้นแล้วภาพวันเก่าๆของเหล่าเด็กๆในเรื่องก็ค่อยๆย้อนขึ้นมา ในจังหวะนั้นเองในหัวเราก็เกิดมีภาพเก่าๆสมัยเรียนผุดขึ้นมาเหมือนกัน ถ้าให้ว่ากันตรงๆหนังอาจยังไม่สามารถทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวของน้องๆในเรื่องได้แต่มันก็มีดีพอที่จะทำให้ย้อนรำลึกถึงเรื่องของตัวเองเมื่อวันเก่าได้สำเร็จ หนังเรื่องนี้สำหรับเราแล้วจึงถือว่ามีดีในการปลุกวันคืนเก่าๆ เมื่อตอน Ent ให้คืนชีพการปลุกวันคืนเก่าๆ เมื่อตอนสอบเข้าให้สร้างรอยยิ้มและปริ่นน้ำตาได้ในระดับหนึ่ง มีหลายฉากที่มันสร้างความประทับไปแบบไม่น้อย ยิ่งฉากตอนที่ต้องลุ้นว่าผลคะแนนมันจะออกมาเป็นอย่างไร เชื่อว่าใครที่กำลังนึกถึงวันเวลาเก่าๆเหล่านั้น หนังเรื่องนี้สามารถตอบโจทย์ให้กับคอหนังทุกคนได้ดีเลยทีเดียว อย่างแรกคือการย้อนมองตัวเองในอดีตว่าทำไมกันนะเราถึงไม่ขยันอ่านหนังสือแต่เนิ่นๆถ้าไฟไม่ล้นตูดก็น่าจะยังไม่ทำมันอย่างแน่นอน 

           หนังไทยที่น่าสนใจแต่ในช่วงแรกอาจทำให้เราด้เห็นผลงานการแสดงของเปอร์ สุวิกรม อัมระนันทน์ ซึ่งเป็นตัวนำของเรื่องในช่วงแรกอาจจะทำให้คน ดูหนังฟรีออนไลน์ ทำให้รู้สึกว่าการแสดงของเขานั้นไม่ธรรมดาจริงๆ มันทำให้คนดูนั้นเข้าถึงตัวละคร สามารถอินไปกับการดำเนินเรื่องนี้ได้ไม่ง่าย ใครที่กำลังมองหาหนังไทยเก่าๆอยู่ เรื่องนี้สามารถย้อนวันวานของทุกคนได้อย่างเหลือเชื่อนั้นเอง

 

Coded Bias (2020)

Coded Bias | รหัสอคติ (2020)

Coded Bias (2020)

รีวิวหนัง : Coded Bias | รหัสอคติ (2020)

           วันนี้มีหนังจากสตรีมมิ่ง NETFLIX หนังHD เมื่อปี 2020 สารคดีอเมริกันที่กำกับโดย Shalini Kantayya มีผลงานจากนักวิจัยของ MIT Media Lab ค้นพบว่าการจดจำใบหน้าไม่ได้มองเห็นใบหน้าที่มีผิวคล้ำได้อย่างแม่นยำ เธอจึงเริ่มออกเดินทางเพื่อผลักดันกฎหมายของสหรัฐอเมริกาที่ต่อต้านอคติในอัลกอริทึมที่ส่งผลกระทบต่อเราทุกคนเป็นครั้งแรก

          Coded Bias เรื่องราวที่เสนอออกมาในรูปแบบ สารคดี Documentary หมอช่วย Shalini Kantayya ติดตามนักศึกษาศาสตร์ Joy Buolamwini ในการเดินทางของเธอเพื่อพิสูจน์เพศโดยธรรมขาติและอคติทางเชื้อชาติภายในโปรแกรมการจดจำใบหน้าที่ใช้โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายโดยธรรมชาติแล้ว วิทยาศาสตร์ควรจะเป็นผู้ตัดสินที่เป็นกลาง

Coded Bias

           ในสารคดีกระตุ้นความคิดของเธอเรื่อง “Coded Bias” ผู้กำกับชาลิน กันเตยา ตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นกลางของเทคโนโลยี โดยให้เหตุผลว่าคอมพิวเตอร์มีอคติในตัวที่สะท้อนถึงข้อสันนิษฐานที่ผิดพลาดของคน (ปกติคือชาย) ที่ตั้งโปรแกรมไว้ เธอเน้นที่ผลกระทบที่อคติดังกล่าวมีต่อชุมชนชายขอบผ่านธุรกิจขององค์กรและการบังคับใช้กฎหมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้จุดประกายโดยผลงานของ จอย บัวเลมวินิ นักศึกษาปริญญาเอกที่ MIT ซึ่งทำการทดลองการจดจำใบหน้าโดยใช้ AI และมีปัญหาในการทำให้เทคโนโลยีประมวลผลใบหน้าของเธอได้อย่างแม่นยำ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมเธอพบว่าโครงการเหล่านี้มีปัญหาในการจดทะเบียนผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย การเจาะลึกถึงสาเหตุของปัญหาเหล่านี้ “Coded Bias” ทำหน้าที่เป็นทั้งการเรียกให้ตื่นเพื่อเป็นการบุกรุกที่สาธารณชนยังไม่ทราบว่ากำลังดำเนินการอยู่และการเรียกร้องให้ดำเนินการ ในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ซึ่งหนังเรื่องนี้ฉายรอบปฐมทัศน์ จอยได้อธิบายว่าเธอไม่ได้พยายามทำให้ผู้คนหวาดกลัวแต่ต้องการ “แจ้งพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาควรรู้” แต่ถึงกระนั้นเป้าหมายนั้นก็สามารถครอบงำผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่เธอรวบรวมข้อมูลจำนวนมากในช่วงเวลา 90 นาทีของหนังเรื่องนี้ นั่นเป็นจุดที่แอนิเมชั่นและการอ้างอิงนิยายวิทยาศาสตร์ที่คุ้นเคยให้บริการเพื่อให้แนวคิดทางเทคนิคเข้าถึงได้สำหรับผู้ชมทั่วไป

           เมื่อจอยได้สร้างอคติทางเพศแล้ว เธอก็ดำเนินการตรวจสอบโครงการเดียวกันนี้เพื่อหาหลักฐานของอคติตามเชื้อชาติเช่นกัน เธอแนะนำว่าปัญหาของเอไอ อัลกอริทึมสามารถพบได้ในความคิดที่เกียจคร้านหรือเห็นแก่ตัวของผู้เขียนโค้ดเอง วัฒนธรรมที่เป็นเนื้อเดียวกันของซิลิคอน วอลลีย์เป็นเรื่องของแจกฟรี ซอฟต์แวร์ภายใต้การพิจารณาได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะซึ่งไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงตัวตนอื่นๆ เมื่อตั้งค่าพารามิเตอร์พื้นฐานของโปรแกรม ผู้สร้างตระหนักถึงอคติในเทคโนโลยีของพวกเขาหรือไม่ พวกเขายังสนใจ ทราเน่ โมเรนพูดถึงการใช้ชีวิตที่มีอคติในการจดจำใบหน้าในระดับที่เล็กกว่านั้นเป็นอย่างไร เธออาศัยอยู่ที่ตึกแอตแลนติกพลาซ่าในบราวน์สวิลล์ บรูคลิน ตามรายงานของโมเรน ผู้รับผิดชอบทรัพย์สินใช้การจดใจใบหน้าเพื่อตรวจสอบสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าน่าสงสัยซึ่งคุกคามผู้อาศัยที่ติดธงโดยซอฟต์แวร์ เธอเชื่อว่าพวกเขาตั้งเป้าที่จะก้าวไปอีกขั้นโดยใช้ระบบเพื่อเข้าสู่อพาร์ตเมนต์ส่วนตัวภายใต้ข้ออ้างเรื่องความปลอดภัย ในขณะนี้ทั้งบริษัทและซอฟต์แวร์ที่พวกเขาแจกจ่ายไม่ได้รับการควบคุมและไม่มีใครดูว่าโปรแกรมเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร ด้วยข้อมูลที่ต้องประมวลผลมากมาย

           สรุปเลยว่า หนังใหม่2020 มันเป็นการเหยียดเชื้อชาติกำลังกลายเป็นยานยนต์และหุ่นยนต์ ไม่มีอัลกอริธึมที่จะกำหนดสิ่งที่ยุติธรรม เห็นได้ว่าหนังเรื่องนี้ถ้าไม่ได้ถูกตัวอย่างหรืออ่านบทวิจารณ์หรืออ่านอะไรเลยและรู้สึกประหลาดใจ สารคดีนี้เป็นข้อมูลมาก ผู้ที่ต่อต้านการจดจำใบหน้าจากสารคดีเรื่องนี้ควรตระหนักว่า ไม่ใช่สิ่งที่เอไอจะทำกับเราด้วยตัวมันเองแต่สิ่งที่ทรงพลังจะทำกับเราด้วยเอไอ

Bruce Springsteen (2020)

Bruce Springsteen’s Letter To You (2020)

Bruce Springsteen (2020)

รีวิวหนัง : Bruce Springsteen’s Letter To You (2020)

            สำหรับการเปิด เว็บหนังออนไลน์ ในวันนี้สุ่มกดเข้าไปที่หน้าหนังเพลินๆและได้เจอหนังชีวิตเรื่องนี้พอดี สารคดีความยาวที่มีการแสดงเต็มรูปแบบ ถ่ายทำแบบฟุตเทจในสตูดิโอเอกสารจดหมายเหตุที่ไม่เคยมีมาก่อนและเจาะลึก กำกับโดย Thom Zimmy ผู้ร่วมงานของเขาบ่อยครั้งหนังเรื่องนี้เป็นเครื่องบรรณาการให้กับ E Street Band ดนตรีร็อคและบทบาที่มีต่อชีวิตของ Springsteen

        Bruce Springsteen’s Letter To You หนังที่ว่าด้วยเรื่องของ Bruce Springsteen กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่สร้างสรรค์อย่างเหลือเชื่อในอาชีพการงานของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาทำสิ่งนี้มาเป็นเวลาครึ่งศตวรรษ หนังเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องผ่าน ชีวิตจริง Biography ในการเปิดตัวที่ยอดเยี่ยมและประเมินค่าต่ำเกินไป ซึ่งมาพร้อมกับหนังอีกเรื่องที่ทำออกมาดีเหมือนกัน

Bruce Springsteen

 

           แต่ที่ใหญ่ที่สุด คือ Letter ถือเป็นการบันทึกครั้งแรกของสปริงส์ทีนกับอี สตรีท แบรนด์ นับตั้งแต่ High Hopes ในปี 2014 วงดนตรีรวมตัวกันที่สตูดิโอที่บ้านของสปริงส์ทีนในเดือนพฤศจิกายน 2019 และเลิกใช้มันในเวลาเพียงสี่วันอัลบั้มและหนังได้สะท้อนถึง Western Stars ที่สะท้อนถึงชายคนหนึ่งที่เผชิญหน้ากับความตายของเขาเองและชีวิตที่เผชิญหน้ากับความตายของเขาเองและชีวิตที่เขาเป็นผู้นำอันนี้ให้เสียงที่ใหญ่กว่าและเหมาะกับงานอีสตรีท แบรนด์ที่เป็นมิตรต่อสนามมากกว่าแต่ธีมก็คล้ายกันอย่างเหลือเชื่อ หนังเรื่องนี้ตรงไปตรงมาและเรียบง่าย ผสมผสานเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยและคำอธิบายของสปริงส์ทีม พร้อมการแสดงที่ยอดเยี่ยมและเต็มรูปแบบ 47 ปีหลังจาก Greetings from Asbury Park ,N.J ,Bruce Springsteen และ อีสตรีทแบรนด์ยังคงทำเพลงที่มีชีวิตชีวาและจับใจได้และสำหรับหนังเรื่องนี้ก็ได้ถ่ายทอดศิลปะที่ปฏิเสธไม่ได้ของพวกเขา Bruce Springsteen’s Letter To You สะท้อนถึงชายคนหนึ่งที่ยังคงหลงใหลในดนตรีในตอนวัยเยาว์แต่มีความเฉลียวฉลาดแห่งวัน ธีมที่เกิดซ้ำทำงานในคำบรรยายและเนื้อเพลง

           แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นพลังของชุมชนและการบำบัดของดนตรี สปริงส์ทีนใช้แนวทางทางศาสนาเกือบในการทำงานของเขา กระทั่งเรียกมันว่า “พลังแห่งการอธิษฐาน” และเขาเล่าเรื่องราวตั้งแต่ช่วงแรกๆในโลกของดนตรีผู้ชมอาจคาดหวังบทเรียนประวัติศาสตร์ของอีสตรีทแต่สปริงส์ทีนและแซมมี่ขุดลึกลงไป ขุดค้นภาพที่เก็บถาวรและรูปถ่ายของบรูซก่อนที่เขาจะติดต่อกับวงดนตรี ตัวอย่างเช่น สปริงส์ทีนบอกเล่าเรื่องราวของเดอะคาสทิเลสซึ่งเป็นวงดนตรียุคแรกๆที่เขาก่อตั้งร่วมกับเพื่อนสี่คนก่อนที่จะเปิดเผยว่าเขาเป็นสมาชิกคนที่รอดชีวิคและนำไปสู่ผลงานเพลง “Last Man Standing” สปริงส์ทีนดูไม่แก่เลยในวัยของเขาและยังคงมีฝีมือทางดนตรีอยู่ทั้งหมด แต่เขาอยู่ในช่วงเวลานั้นในชีวิตของเขาเมื่อผู้คนในเชิงก่อสร้างจากไปและความจริงนั้นสะท้อนให้เห็นตลอดทั้งงาน ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายด้วยแนวขาวดำที่แทบจะเป็นเหมือนงาน ทิ้งสีสันให้ภาพเก่าๆในอดีตและถึงกระนั้น “สปริงส์ทีน” ก็ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า มีเพลงที่สนุกอย่างเหลือเชื่อที่ใครๆก็นึกภาพแฟนๆร้องเพลงและปรบมือได้อย่างง่ายดายเมื่อปล่อยให้เวทีร็อคกลับมาอยู่อีกครั้ง หาก Western Stars ได้รับการออกแบบสำหรับผู้ฟังที่เหงาบนถนนที่ห่างไกล Letter to You ได้รับการออกแบบมาให้เล่นกับเพื่อนและครอบครัว

           Bruce Springsteen’s Letter To You มันเป็นหนังที่ไม่ได้ตอบโจทย์ไปซะทุกคน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะดู เมื่อได้ลองค้นหาข้อมูลที่บอกเล่าเรื่องราวของทีมและภราดรภาพและด้วยวิธีนี้ หนังฟรีออนไลน์ เรื่องนี้ได้นำเสนอแต่ตามที่ระบุไว้ดนตรีทำให้เหนื่อยและบางครั้งนักแสดงก็ดูจะเต็มไปด้วยความเป็นตัวเองมากเกินไป รวมๆแล้วถือว่าคุ้มค่าที่จะหยิบหนังเรื่องนี้ไปดู

Found (2021)

Found (2021)

Found (2021)

รีวิวหนัง : Found (2021)

           สารคดีระหว่างสองประเทศอเมริกัน – จีนปี 2021 ในการ ดูหนังใหม่ออนไลน์ ที่มาพร้อมกับเรื่องราวขอวัยรุ่นเกี่ยวกับสาววัยรุ่นอุปการะสามคนที่ค้นพบว่าพวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องเกี่ยวกับสายเลือดบน 23 And Me และเดินทางไปจีนเพื่อค้นหาคำตอบเกี่ยวกับตัวตนและประวัติครอบครัวของพวกเขา แถมยังได้รับคำชมเชยจากความฉุนเฉียวทางอารมณ์

         Found เด็กสาววัยรุ่นอเมริกันที่รับอุปการะสามคนพบว่าพวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เกี่ยวกับเลือด การประชุมออนไลน์ของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้หญิงสาวเริ่มต้นการเดินทางครั้งหนึ่งในชีวิตไปยังประเทศจีนร่วมกันเพื่อค้นหาคำตอบ ความเชื่อมโยงและประวัติศาสตร์ที่หายไปของพวกเขา นำเสนอในเรื่องราวในแนว สารคดี Documentary จากเน็ตฟลิกซ์

Found

           ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามเด็กสาววัยรุ่นบุญธรรมสามคนที่ค้นพบว่าพวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เกี่ยวข้องกับเลือดผ่านบริการตรวจดีเอ็นเอ 23 and Me หลังจากเชื่อมต่อกันแบบเสมือน พวกเขได้พบกันและกับนักลำดับวงศ์ตระกูล Liu Hao จากบริษัท My China Roots เพื่อเดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อค้นหาคำตอบเกี่ยวกับตัวตนและประวัติครอบครัวของพวกเขาและไปเยี่ยมสถานที่ซึ่งพ่อแม่ทิ้งไว้ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่พวกเขาพักและผู้ปกครองที่ยอมสละลูกเพื่อรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม พวกเขาและคนอื่นๆต่อสู้กับคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์และความหมายของนโมบายลูกคนเดียวตลอดเวลา ไม่มีผู้ปกครองคนใดที่ตรงกับพวกเขาในท้ายที่สุดแต่ในช่วงเวลาปิดของหนังเรื่องนี้ ผู้ปกครองคนหนึ่งที่เป็นไปได้จะจับคู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซาดี้ยิ้มอย่างเชื่องช้าสำหรับกล้องไอโฟนและเสนอให้พ่อแม่ที่เกิดมาซึ่งเธอหวังว่าจะอยู่ที่นั่นสักแห่ง “ฉันรู้ว่านี่อาจเป็นเรื่องยาก” เธอกล่าว “แต่ฉันหวังว่าจะเข้าใจเรื่องราวจากทุกด้าน” ไม่มีการสปอยล์ว่าซาดี้ได้รับความปรารถนาของเธออย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ นั่นคือไม่ว่าเธอจะได้พบกับพวกเขาหรือไม่ แต่หนังเรื่องนี้นำคำพูดของซาดี้มาใส่ใจในวงกว้างมากขึ้น สารคดีพยายามพิจารณาสถานการณ์จากทุกมุมและสิ่งที่อาจมองจากภายนอกดูเหมือนเรื่องราวง่ายๆที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนเมื่อถูกเปิดออก

           “Found” กำกับการแสดงโดยอแมนด้า ลิพิทซ์ เกี่ยวกับลูกพี่ลูกน้องสามคน ซาดี้ ,ลิลลี่ ,โคอี้ วัยรุ่นที่เกิดในจีนทั้งหมดได้รับการเลี้ยงดูโดยครอบครัวชาวอเมริกันผิวขาวที่ค้นพบกันและกัน นอกเหนือจากความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมแล้ว ครอบครัวทางสายเลือดของเด็กผู้หญิงยังเป็นปริศนาสำหรับพวกเธอ ทั้งสามคนถูกทิ้งให้เป็นทารกในที่สาธารณะให้คนแปลกหน้ามาพบและพาไปโดยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแต่ความตื่นเต้นในการค้นหากันและกันทำให้สาวๆก้าวไปอีกขั้นและทั้งสามครอบครัวตัดสินใจที่จะเดินทางไปจีนร่วมกันเพื่อค้นพบรากเหง้าของสาวๆอีกครั้งและบางทีอาจพบพ่อแม่ที่เกิดมาระหว่างทาง ลิพิทซ์ใช้แนวทางที่ไม่ยุ่งยากและไม่เร่งรีบในเรื่องราวที่จัดลำดับความสำคัญของประสบการณ์ชีวิตในทันทีมากกว่าการวิเคราะห์แบบแยกส่วนหรือการเปิดเผยที่กระฉับกระเฉง กล้องของเธอติดตามอาสาสมัครไปทำบุญที่โบสถ์หรืออกไปกินไอศกรีม รวมไปถึงงงานสำคัญอื่นๆและหาพวกเขามาสัมภาษณ์ในสำนักงานที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือห้องนอนรกๆที่พวกเขาใช้ชีวิตในแต่ละวันอยู่แล้ว อารมณ์ที่แสดงออกมานั้นไม่มีการกรองแต่ก็ดูฉูดฉาดยกตัวอย่างจากน้ำตาหลายๆ นัดที่ค่อยๆไหลออกมาจากตาระหว่างการสนทนา

           สำหรับ หนังใหม่เน็ตฟลิกซ์ เรื่องที่น่าสนใจมากที่ได้ชม Liu ดำเนินการตามกระบวนการระบุและค้นหาพ่อแม่ของเด็กผู้หญิง ซึ่งเริ่มต้นจากโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเครื่องมือทำให้โครงการทั้งหมดนี้มีอยู่เลยพร้อมรูปถ่ายของเด็กๆ ความสบายใจที่มาพร้อบกับความสับสนและความกำกวมพิสูจน์ให้เห็นถึงจุดแข็ง ซึ่งช่วยให้เด็กผู้หญิงและคนที่พวกเขารักมีพื้นที่ในการทำงานผ่านอารมณ์ที่สับสนหรือขัดแย้งกันโดยไม่ต้องพยายามผูกมัดด้วยข้อสรุปเล็กๆน้อยๆที่เรียบร้อย

ดูหนังออนไลน์ฟรี

Dick Johnson Is Dead | ดิค จอห์นสัน วันลาตาย (2020)

ดูหนังออนไลน์ฟรี

ดูหนังออนไลน์ฟรี

Dick Johnson Is Dead | ดิค จอห์นสัน วันลาตาย (2020)

เคยวางแผนกันมั้ยว่า ถ้าหากวันหนึ่งเรารู้ว่าเรากำลังจะตายแน่ๆ แล้ว เราอยากจะทำอะไรกับชีวิตที่เหลือ บางคนอาจจะไปเที่ยวให้สุดเหวี่ยงก่อนที่จะล้มหมอนนอนเสื่อ บางคนแค่ใช้ชีวิตอยู่กับคนรักจนวาระสุดท้าย หรือสำหรับบางคนก็เลือกที่จะถ่ายทำสารคดีมันซะเลย ผมจะพาทุกท่านไปพบกับประสบการณ์ ดูหนังออนไลน์ฟรี ที่จะไม่เหมือนครั้งในๆ มาก่อนในชีวิต เพราะคุณจะทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมๆ กันใน “Dick Johnson Is Dead ดิค จอห์นสัน วันลาตาย”

 

Dick Johnson Is Dead ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย คริสเตน จอห์นสัน สารคดีที่มีสารตั้งต้นจากการที่พ่อของผู้กำกับสารคดี ดิค จอห์นสัน ป่วยเป็นอัลไซเมอร์และกำลังจะตายในไม่ช้า คริสเตนจึงถ่ายสารคดีก่อนที่พ่อจะตาย

ดูหนังออนไลน์ฟรี

Dick Johnson Is Dead | ดิค จอห์นสัน วันลาตาย (2020) บรรยายไทย

ดิค จอห์นสัน จิตแพทย์วัยชราในหนังจากเว็บ ดูหนังออนไลน์ฟรี ที่ย้ายอยู่กับลูกสาวและหลานๆ เนื่องจากเขาเป็นโรคอัลไซเมอร์ ภรรยาของเขาก็เสียชีวิตจากโรคนี้ขณะที่ขับรถ เธอเกิดหลงลืมขึ้นมาและเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งตอนนี้ดิคเริ่มมีอาการคล้ายๆ กับภรรยาแล้ว เขาจึงตัดสินใจมาอยู่กับ คริสเตน ลูกสาวของเขา เธอจึงถือโอกาสนี้ขอถ่ายสารคดีเก็บช่วงเวลาของเขาก่อนที่ดิคจะตาย เขาตอบตกลงแบบไม่ต้องสงสัย พร้อมกับมองว่ามันน่าจะสร้างเรื่องราวดีๆ ระหว่างเขาและลูกสาวได้ วันต่อมาทั้งคู่ไปเลือกโรงศพด้วยกันที่โบสถ์พร้อมกับทดลองนอน บาตรหลวงซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของดิคตั้งแต่เด็ก รู้สึกใจหายที่เห็นเพื่อนตัวเองลองนอนอยู่ในโรงศพ ดิคยังคงทำงานอยู่และให้ทีมงานติดตามเขา มีคนไข้คนหนึ่งยอมให้ถ่ายทำ เขาเป็นสตั๊นท์แมนและรู้สึกอยากเป็นนักแสดงจริงๆ ดิคบอกเขาว่าถ้าหากวันไหนอยากตายขึ้นมาต้องรีบบอกเขาทันที คริสเตนถามพ่อหลังจากคนไข้กลับว่ามีครั้งไหนในชีวิตมั้ยที่เขารู้สึกเจ็บปวดมากที่สุด ดิคตอบว่าตอนหัวใจวายในปี 1987 เมื่อกลับบ้าน ดิคนำรูปภาพเก่าๆ มาให้หลานๆ ดู เขาแนะนำภรรยาคนแรกของเขาที่จากไปตั้งแต่วัย 20 ก่อนที่จะมาคบกับ แคเทอรีน จอย จอห์นสัน และใช้ชีวิตอยู่ด้วยจนมีคริสเตน ระหว่างที่ถ่ายทำอยู่นั้น พ่อลูกก็เล่นอะไรแผลงๆ อย่างจำลองให้พ่อตกบันไดตายและไปโผล่ที่สวรรค์ ที่นั่นดิคพบกับเพื่อนฝูงหลายคน มีช็อคโกแล็ตและป๊อปคอร์นไม่จำกัด เขานั่งสวาปามอาหารกับบุคคลที่มีชื่อเสียงของโลกที่ล่วงลับไปแล้วอย่างเช่น บรูซ ลี, ฟรีด้า หรือซิกมันด์ ฟรอยด์ เป็นต้น

อันที่จริงคริสเตนทำแบบนี้เพราะคอนเส็ปต์ของหนังคืออยากให้พ่อฟื้นจากความตายซ้ำๆ ดังนั้นแค่ตกบันไดยังจิ๊บๆ ดิคเจอทั้งเดินข้างถนนแล้วแอร์ตกใส่หัวแตกตาย เดินผ่านตึกที่กำลังก่อสร้างแล้วอยู่ดีๆ ไม้หล่นมาโดนหัวตาย หรือกำลังขับรถเข้าอุโมงค์อยู่ดีๆ รถก็พุ่งชนเข้ากับรถบรรทุกและตาย คริสเตนสรรหาวิธีการตายสารพัดเพื่อมาใส่ในหนัง ดิคนั่งคุยขำๆ กับเพื่อนว่าเขารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในหนังเรื่อง Groundhog Day ในปี 1993 ที่พระเอกไปเที่ยวเมืองกราวด์ฮอกแล้วตื่นขึ้นมาในวันเดิมซ้ำๆ ที่เมืองนี้โดยไม่สามารถออกไปไหนได้ คริสเตนทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่อวันหนึ่งถ้าหากพ่อไม่อยู่จริงๆ ภาพเหล่านี้จะช่วยเยียวยาจิตใจเธอได้ พร้อมกับให้ความรู้สึกว่าพ่อตายไปแล้วเดี๋ยวก็ฟื้น เขายังไม่จากไปไหนหรอก

 

ก็จริงอยู่ที่การ ดูหนังออนไลน์ เรื่องนี้จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นของสองพ่อลูก แต่ยิ่งอบอุ่นมากเท่าไหร่หนังยิ่งเศร้ามากเท่านั้น เพราะเราต่างรู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะไม่มีอีกแล้ว มันจะไม่เกิดขึ้นกับคริสเตนหรือดิคอีกแล้ว นี่คือความทรงจำสุดท้ายที่ทั้งคู่มีต่อกัน เสียงหัวเราะในหนังไม่ได้ทำให้ความตายดูน่ากลัวน้อยลง การจากลาก็ยังเจ็บปวดเสมอและสารคดีเรื่องนี้ก็ถ่ายทอดมันออกได้อย่างสวยงาม