Days Of Being Wild | วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า (1990)

Days Of Being Wild (1990)

รีวิวหนัง Days Of Being Wild | วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า (1990)

           ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งขึ้นในปี 1960 มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ยุดดี หนุ่มรูปหล่อที่เรียนรู้จากโสเภณีขี้เมาที่เลี้ยงเขามาว่าเธอไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของเขา ด้วยความหวังว่าจะให้เขาอยู่ด้วย เธอปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อมารดาผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงของเขา การเปิดเผยดังกล่าวทำให้ยุดดี้สั่นคลอนถึงแก่นแท้ของเขา ทำให้เกิดอารมณืที่ขัดแย้งกัน ผู้หญิงสองคนมีโชคร้ายที่จะตกหลุมรักยุดดี้ เขาจึงตัดสินใจที่จะเดินทางตามหาแม่ที่จริงแท้ของเขาในฟิลิปปินส์ ใครที่อยาก ดูหนังออนไลน์ เรื่องเก่าในยุค 90 เรื่องนี้มันสามารถเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการรับชมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

         Days Of Being Wild  นับได้ว่าเป็นหนัง ดราม่า Drama ที่เราได้ลองเปิดเข้าไปดูตัวอย่างแล้วซึ่งมีความคลาสสิกมากๆเลยทีเดียว ความรู้สึกเหล่านั้นคลี่คลายราวกับความรักที่ทรมานบนหน้าจอ ความเจ็บปวกที่กระทบถึงคุณในส่วนอื่นของหัวใจ อาจเป็นเรื่องที่สองของหว่องกาไว แต่ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกที่แท้จริงมานานแล้ว เรื่องนี้เริ่มฉายในโรงหนังของฮ่องกงเมื่อปี 1990 เรายังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ โดยเป็นบทความที่เชียวชอุ่มและเต็มไปด้วยอารมณ์เกี่ยวกับความเศร้าโศกแสนโรแมนติกที่เฉพาะเจาะจงซึ่งกาไวจะสำรวจต่อไปตลอดอาชีพการงานของเขา นอกจากนี้ยังเป็นการจับคู่ครั้งแรกของเขากับผู้กำกับภาพ คริสโตเฟอร์ ดอยล์ ซึ่งเป็นการถ่ายภาพที่งดงามและสดใสจะเป็นตัวกำหนดสไตล์ของผู้กำกับ แต่การปฏิบัติต่อความรักนั้นแตกต่างไปจากความพยายามอื่นๆของเขาเล็กน้อย

Days Of Being Wild

           ไม่ใช่ชัคกิ้ง เอ็กซ์เพรสเพราะการบรรยายไม่ได้แบ่งออกเป็นบทความสั้นๆและสถานการณ์ก็ไม่ได้แปลกหรือถูกประดิษฐ์ขึ้นแต่อย่างใด แม้ว่าจะต้องชัดเจนก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่อาจโต้แย้งเขาได้เลย ภาพยนตร์เรื่องนั้นไล่ตามความรู้สึกมหัศจรรย์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม Day of Being wild ไม่พบอารมณ์ขันในความเหงาหรือความขี้เล่นในความปรารถนา ฉากต่างๆจะกลายเป็นช่วงเวลาที่เบลอและทับซ้อนกัน ที่ชัคกิ้งมองไปยังอนาคตพร้อมระบุวันที่ที่รอนึกถึงสัปปะรดกระป๋อง ตั๋วเครื่องบิน ติดอยู่ที่เดิมหนึ่งในเครื่องหมายบอกเวลาเพียงอย่างเดียวคือการทำซ้ำอย่างต่อเนื่องของเวลา 3.00 น. ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนเวลาไม่ได้ผ่านไปเลยจริงๆ

           มันไม่ Happy Together เพราะไม่ได้เน้นที่ความสัมพันธ์เดียวระหว่างคู่รักเมื่อเวลาผ่านไป ผ่านฤดูกาลงานและการเปลี่ยนแปลงชีวิต ไม่มีคู่รักหลักที่แท้จริงในหัวใจของ Day of Being Wild ความสัมพันธ์ที่โรแมนติกที่เราเห็นทำให้รู้สึกสนิทสนมแต่ก็เหมือนว่าเราขาดส่วนหนึ่งของภาพ มันเหมือนกับการดูดาวเคราะห์น้อยถูกจับโดยวงโคจรก่อนที่จะหลุดเป็นอิสระและพุ่งกลับเข้าไปในอวกาศอันกว้างใหญ่

           มันเป็นการดูหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรกและรู้สึกว่ามันเป็นผลงานชิ้นเอก วิธีการทำงานของภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนกับกวีนิพนธ์ที่มองชีวิตของตัวละครเหล่านี้ที่ใกล้ชิดกับยุดดี้นั้นช่างน่าอัศจรรย์ คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นหนังโรแมนติก แต่มันกับเป็นหนังที่ร้อนแรงเกี่ยวกับการสูญเสียและความเหงามากกว่า หนังดราม่านั้นแหละเรียกง่ายๆ คิดว่าหว่องกาไวได้สร้างผลงานชิ้นเอกที่ถ่ายภาพได้อย่างน่าทึ่งแสดงท่าทางที่น่าอัศจรรย์และด้วยบทภาพยนตร์ที่ไพเราะในแบบที่แสดงให้เห็นวงกลมที่ตัวละครเหล่านี้มีชีวิต ความจริงที่ตัวละครเห็นข้อบกพร่องของเขาในขณะที่เขากำลังจะจางหายไปนั้นช่างน่าใจหาย ไม่มีตัวละครในหนังเรื่องนี้จบลงด้วยใครสักคนและส่วนหนึ่งเป็นเพราะการทำลายล้างที่เกิดจากตัวละครเอง หนังแนะนำ ที่อยากให้ทุกคนได้ดูและน่าจดจำมากถ่ายภาพอย่างฟุ่มเฟือยและจะต้องดูได้หลายๆรอบแน่นอน