BNK48 One Take (2020)

BNK48 One Take (2020)

BNK48 One Take (2020)

รีวิวหนัง : BNK48 One Take (2020)

           บันทึกเหตุการณ์งานเลือกตั้งเซ็มบัตสึประจำซิงเกิลที่ 6 หนังออนไลน์ ที่พอพูดถึง BNK48 แล้ว ภาพแรกที่แวบเข้ามาในหัวของเราคือความน่ารักถูกใจใครหลายคนแบบที่ได้เจอแล้ว โลกทั้งโลกก็สว่างขึ้นทันตา หลายคนก็คงจะพอเดาได้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเธอนั้น ต้องแลกมากับน้ำตาความผิดหวัง ความเสียใจมานักต่อนัก 

         BNK48 One Take  เป็นหนังไทยแนว สารคดี Documentary โดยเป็นเรื่องาวของกลุ่มไอดอล BNK48 One Take บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของการทำงานของวัยรุ่นสาวกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง General Election ครั้งแรกกว่าจะมาเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเช่นนี้ การเปิดตัวหนังเรื่องนี้ได้คุยกันสมาชิกในวง เรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตพวกเธอตั้งแต่เริ่มต้นเดินบนทางสายนี้

BNK48 One Take

           ในช่วงเวลาหนึ่งหลายๆคนคงจะได้ยินชื่อเสียงของพวกเธอทั้งหลายมา “BNK48” ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังที่ร้องเพลง “คุกกี้เสี่ยงท้าย” ถูกใจทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะช่วงวัยเด็กกำลังโตไปจนถึงวัยรุ่นเลยทีเดียว ถ้าถามว่ามีความเหมือนหรือคล้ายกับสารคดีเรื่องแรกอย่าง BNK48 (2561) ต้องบอกเรื่องนี้มีทีท่าที่ต่างออกไปจากเรื่องนั้นพอสมควรเลยแหละ มันเป็นเหตุการณ์ที่ต่อจากนั้นมาอีก การบันทึกช่วงเวลาสำคัญที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเลยก็ว่าได้ มันมีสองเหตุการณ์ คือ การเปิดรับสมาชิกรุ่นที่สองที่สร้างความกดดันให้กับสมาชิกรุนแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกเหตุการณ์คือ การเลือกตั้ง Senbatsu ครั้งแรก หรือที่เรียกว่า BNK48 6th single Senbatsu General Election ถือว่าเป็นแรงกดดัน ที่เมมเบอร์ทุกคนจะมองเห็น “ลำดับที่แท้จริง” ของสมาชิกแต่ละคนได้แบบตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลใน ONE TAKE นั้นได้ผนวกไปกับการสัมภาษณ์ของเหล่าเมมเบอร์ฟุตเตจในเหตุการณ์ต่างๆ ในมุมที่แฟนขับไม่เคยเห็นรวมไปถึงการออกสำรวจจักรวาลของ BNK48 เองด้วย ทั้งผู้บริหาร 48 Group จากญี่ปุ่น จ๊อบซัง-ณัฐพล บวรวัฒนะ(อดีตชิไฮนินและผู้บริหาร IAM) ในฐานะตัวแทนของ Official 

           ตัวแทนของแฟนคลับเมมเบอร์ หรือคนดังที่ประกาศตัวเป็นแฟนคลับ เช่น ส้ม มารี (ที่ประกาศตัวว่าเป็นแฟนคลับปูเป้ BNK48) แถมยังแวบพาออกไปนอกจักรวาลด้วยการสัมภาษณ์ไอดอลอยู่ก่อนหน้าอย่าง “โบ-จอยซ์” แห่งวง Triumph Kingdom ทั้งหมดเราภายใต้การครอบทีมใหญ่คือฟุตเตจการเรียนและ Workshop คลาสการแสดง (และแทรกโดยฝีมือการแสดงของน้องๆ ประกอบการเล่าเรื่อง) ที่ก็จะไปเชื่อมโยงกับคำว่า ONE TAKE ที่หมายถึงการแสดงได้เทคเดียว หรือแสดงเทคเดียวผ่านได้อยู่เหมือนกัน และคำว่า ONE TAKE ก็ยังมีความหมายในอีกนิยามก็คือ ช่วงชีวิตของไอดอลในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่สามารถทำได้แค่ครั้งเดียว และกลับมาแก้ไขไม่ได้ ตัวอย่างในนิยามนี้ที่ผมว่าชัดที่สุดในเรื่องก็คือ ช่วงที่พูดถึงซิงเกิ้ลที่ 2 ของวง (Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย)

           นอกจากจุดเด่นของการเล่าเรื่อง BNK48 แบบครอบจักรวาลแล้ว จุดเด่นที่ทำให้คน ดูหนังใหม่ แนวสารคดีเรื่องนี้ทำได้ดีมากอย่างแรกก็คงจะเป็นโปรดักชั่นโดยรวม ซึ่งดูจากการถ่ายและเลือกมุมกล้องก็ทำให้เราได้เลยว่าสิ่งนี้มันคือการแอบถ่ายอย่างแน่นอน แต่เท่าที่ดูจากในหนังมาก็ต้องบอกว่าเป็นการแอบถ่ายที่ประณีตอยู่ มันมีหลายช่วงที่สวยเกินกว่าจะเป็นการถ่ายทำแบบแอบซะอีก พร้อมกับการตัดต่อ สีในรูปแบต่างๆก็ทำออกมาได้อย่างน่าติดตามไม่เบาเลย

 

I.(2021)

I (2021)

I.(2021)

รีวิวหนัง : I (2021)

           เด็กกำพร้าที่โตแล้วซึ่งถูกสั่งปิดความช่วยเหลือจากรัฐบาล เริ่มทำงานเป็นพี่เลี้ยงให้กับ ยอง เช คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานในบาร์ อยู่มาวันหนึ่งขณะที่อา ยังหลับอยู่ ยองเชกลับมาบ้านอย่างเมามายและทำให้ลูกของเธอบาดเจ็บสาหัสโดยไม่ได้ตั้งใจ หนังดราม่าที่อยากให้ทุกคนได้ ดูหนังออนไลน์ “I” เป็นเพียงการออกเสียงตามตัวอักษรเกาหลีซึ่งแปลว่า “เด็ก”

           “I” มันเป็นเรื่องราวของความ ดราม่า Drama แนวอินดี้ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเล่นกลระหว่างงานของเธอกับการเลี้ยงลูกชายตัวน้อยของเธอกับนักศึกษาวิทยาลัยที่ได้รับการว่าจ้างให้เป็นพี่เลี้ยงเด็กที่มีความยากลำบากในตัวเองเช่นกัน ก่อนจะเข้าสู่การวิจารณ์ เรามาดูรายละเอียดคร่าวๆของหนังกันก่อนน่าจะดีกว่าไปรับชมแบบเต็มๆ

I

           อา ยัง ใช้ชีวิตลำบากมามากแล้ว ต้องการเงิน เธอรับเลี้ยงเด็กเพื่อดูแลให้ ฮยอก ลูกวัยหกเดือนของแม่เลี้ยงเดี่ยว ยองแช เธอต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากของตัวเองและชีวิตเริ่มเดินไปอย่างราบลื่นไม่ยอมให้อภัยเธอแต่เธอต้องการและทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อเลี้ยงดูฮยอกให้ถูกต้อง ในขณะที่อายังรู้สึกสบายใจกับการดูแลฮยอกสิ่งต่างๆดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดีสำหรับทุกคน อย่างไรก็ตามฮยอกประสบอุบัติเหตุในวันหนึ่งและยองแชโทษว่าอายองทำทั้งหมดนั้นเป็นความผิดที่ให้อภัยไม่ได้ เมื่อสถานการณ์เริ่มดูเหมือนจะดีขึ้นทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับเข้าสู่แบบเดิมตั้งแต่เริ่มต้นหนังเรื่องนี้ทำได้ดีในการแสดงที่หยาบการของตัวละครหลักมันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะยากลำบากนักตัวละครต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆและแน่ใจว่าทุกคนล้วนมีวันเวลาเหล่านี้เราต้องเผชิญกับสถานการณ์ทุกๆสิ่งที่คุณทำไม่ได้ ทำได้ดีมากในการแสดงภาพนั้น นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราบอกว่ามันเป็นหนังจริงๆ ถึงแม้ว่ารายละเอียดของภาพยนตร์ก็เป็นความจริงเช่นเป็นการใช้แสงเกี่ยวกับความยากลำบากในการเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวนอกจากนี้ความขัดแย้งและจุดสุดยอด ยังอิงจากปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงมันจึงทำให้คนดูอินกับการรับชมรับฟังหนังนี้

            นอกจากนี้การแสดงของนักแสดงก็ยอดเยี่ยม ชอบการคัดเลือกนักแสดงมาก ส่วนนักแสดงหลัด คิม ฮยอง กิ ,รยู ฮยุน-คยอง และเยอม ฮเย รัน เป็นใบหน้าที่คุ้นเคยมากกว่าในการผลิตของเกาหลีและพวกเขาก็ยอดเยี่ยมมากตัวอย่างหนังบอกว่าตัวละครที่ฮยองกิเล่นต้องเติบโตอย่างรวดเร็วและรู้สึกว่ามันเข้ากับคิมฮยองกิได้อย่างลงตัวเธอมีภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์และเรากับตัวเธอเองยังเป็นเด็กดังนั้นการมีนักแสดงแบบเธอมาแสดงว่าตอนนี้มันเหมือนกลับว่าเด็กต้องดูแลทารกนั่นเองซึ่งให้อารมณ์พิเศษที่คิดว่ามีแต่เธอเท่านั้นที่ทำได้ รยู ยังแสดงการแสดงที่ยอดเยี่ยมอีกด้วยและเคมีระหว่างเธอกับคิมนั้นยอดเยี่ยมมาก นักแสดงนำหลักอีกคนยอมฮเยรันก็ดีเหมือนเคยและทำได้ดีมากในบทบาทที่หนักหน่วง ดุดันและเหมือนพวกอันธพาล อยากเห็นเธอในบทบาทแบบนี้มากกว่านี้และมันดีจริงๆที่ได้เห็นเธอในการผลิตมากขึ้นในปัจจุบัน อยู่ในหนังเกาหลี 3  เรื่องในต้นปีที่ผ่านมา

           “I” ไม่ใช่แค่หนังทำพาคน ดูหนังใหม่ ได้ซาบซึ้งแล้วนักแสดงนำหลักที่การแสดงดี รวมถึงนักแสดงสมทบก็น่าทึ่งเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนักแสดงคิมฮยอนมกและเก่งมา ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำได้ดีในการแสดงชีวิตที่หยาบกร้ายของตัวละครหลัก มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากหลังจากเหตุการณ์ที่ย่ำแย่เข้าไปอีก สุดท้ายนี้หนังที่กินใจคนดูได้ไม่ยากเลยสำหรับหนังเกาหลี